Showing posts with label ห้องนอนลูก. Show all posts
Showing posts with label ห้องนอนลูก. Show all posts

Thursday, March 27, 2014

5 เทคนิคเตรียมห้องนอนลูกเบบี๋




         การเตรียมห้องนอน มองหาเฟอร์นิเจอร์ หรืออุปกรณ์ของใช้ต่าง ๆ ภายในห้องลูกวัยเบบี๋ เป็นเรื่องที่พ่อแม่หลายคนคิดเอาไว้ แต่บางครั้งก็ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร อะไรที่ต้องคำนึงถึงกันบ้าง วันนี้เรามีเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการเตรียมห้องนอนต้อนรับสมาชิกตัวน้อยแบบ How to มาฝากค่ะ

1. เตรียมพื้นที่

          ขนาดของห้องนอนเกี่ยวข้องและมีผลกับการออกแบบ การจัดวางอุปกรณ์ สิ่งของ ที่เป็นสัดส่วน เพื่อช่วยให้ ห้องนอนของลูกอยู่ในบรรยากาศโปร่ง โล่งสบาย และสงบนั่นเอง เช่น ห้องนอนที่มีคุณพ่อคุณแม่นอนร่วมด้วย ห้องควรมีพื้นที่การใช้งานที่มาก อาจต้องขยายห้อง หรือ ต่อเติมให้เหมาะสมกับ การใช้ เพื่อรองรับกับจำนวนคนในห้อง หรือถ้าเป็นห้องนอนลูกแฝด อาจต้องเตรียมพื้นที่หรือสิ่งของเผื่อมากขึ้น

2. แบบห้องนอน

          สามารถค้นหาดูเป็นแนวทางได้ทั้งจากนิตยสาร เว็บไซต์ หรือแม้แต่การเดินดูห้องนอน (ของจริง) จากร้านเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ทั้งนี้ สิ่งที่ต้องนึกถึงในการออกแบบห้องนอนเด็กคือ วัยของลูกค่ะ เพราะถ้าเป็นเด็กเล็ก ๆ ควรเน้นเรื่องโปร่งโล่งสบาย อากาศถ่ายเทสะดวกไว้ก่อน ส่วนเด็กโตสามารถเพิ่มดีเทล ออกแบบให้มีมุมเรื่องสนุก หรือมุมหนังสือ เสริมจินตนาการ สร้างการเรียนรู้ง่าย ๆ ภายในห้องของลูก

3. วัสดุ อุปกรณ์เครื่องนอน

         
หากจะใช้วอลล์เปเปอร์ในห้องนอน ควรเลือกชนิดเคลือบไวนิล เพื่อความคงทน ทำความสะอาดได้ง่าย ยิ่งมีลวดลายเล็ก ๆ บนพื้นสีอ่อน ๆ จะช่วยให้ห้องนอนดูกว้างขึ้น

         
บรรดาเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่นำมาใช้ตกแต่งสำหรับห้องนอนเด็กเบบี๋ เลือกแบบแข็งแรง ปลอดภัย และแนะนำว่าควรมีให้น้อยชิ้น มีเท่าที่จำเป็นเป็นดีที่สุด

         
เด็ก ๆ โตไว การเลือกขนาดของใช้บางชิ้นแบบเผื่อโต ไม่ว่าจะเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า จะช่วยให้คุณแม่ไม่ต้องซื้อใหม่ หรือเปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์บ่อยครั้ง

         
นอกจากเทคนิคในการเลือกหรือซื้อของใช้ในห้องแล้ว การซื้อสินค้ามือ 2 ในราคาสบายกระเป๋า อาจเป็นทางเลือกของคุณแม่ยุคประหยัดงบ แต่ก็ต้องศึกษาข้อมูลดูรายละเอียดให้พร้อมก่อนตัดสินใจซื้อสินค้านั้น ๆ ด้วย

4. การจัดวางเฟอร์นิเจอร์

          การติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ ชั้นวางของหรือตู้ เตียงต่าง ๆ สามารถทำได้ทั้งแบบถาวรหรือปรับเปลี่ยนตามความต้องการ ซึ่งมีข้อดีข้อเสียต่างกัน เช่น แบบบิลด์อิน (Build in) จะช่วยเพิ่มเนื้อที่การใช้งานให้กับห้องสามารถเลือกวัสดุออกแบบตามความต้องการได้เอง ทว่า ราคาค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและไม่สามารถปรับเปลี่ยนเคลื่อนย้ายได้เมื่อติดตั้งเฟอร์นิเจอร์ไปแล้ว เป็นต้น ฉะนั้น หากคิดจะจัดซื้อ จัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องลูก ก็ต้องคิดเผื่อแบบระยะยาว วางแผนดี ๆ ในเรื่องของพื้นที่ ประโยชน์การใช้สอย และแบบที่ต้องการก่อนค่ะ

5. การดูแลห้องนอน

          เรื่องความสะอาดและความปลอดภัยเป็นเรื่องหลัก ๆ หัวใจสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของลูกวัยเบบี๋ ไม่ว่าจะเรื่องอุปกรณ์เครื่องนอนที่จำเป็น เช่น ผ้าปูที่นอน หมอน มุ้งต่าง ๆ ต้องหมั่นซักและทำความสะอาด หรือ พื้นห้อง เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ควรเช็ดถู ดูแลไม่ให้มีสิ่งสกปรกหรือฝุ่นเกาะติด เพราะอาจทำให้ลูกน้อยของคุณได้รับเชื้อโรคและไม่สบายได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะความปลอดภัยในเด็กเล็ก ๆ ที่ควรระวังหาทางป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ เช่น มีที่กั้นเตียง เพื่อป้องกันการพลัดตกจากเตียงนอน, มีที่ปิดปลั๊กไฟ ไม่ให้ลูกวัยซนหยิบจับ สัมผัส และเฟอร์นิเจอร์ที่มีเหลี่ยม มีมุม ควรมีฟองน้ำหรือที่หุ้มป้องกันการกระแทก การชน ทำให้บาดเจ็บได้ง่าย ๆ ค่ะ

          ข้อมูลคร่าว ๆ ที่บอกมา น่าจะเป็นแนวทางให้คุณพ่อคุณแม่ วางแผนเตรียมห้องนอน ต้อนรับสมาชิกตัวน้อย ๆ ของบ้านแบบหายห่วงแล้วนะคะ

แหล่งที่มา  Mother&Care, http://baby.kapook.com

Tuesday, April 16, 2013

จัดห้องให้เหมาะกับวัยของลูก



        งานหนักสำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ทั้งหลายอีกงานหนึ่งก็คงเป็นเรื่องการเตรียม ห้องให้กับเจ้าตัวเล็ก ข้อมูลต่างๆ  มากมายที่ได้รับคงทำให้ตัดสินใจลำบากว่า ควรจัดห้องสำหรับลูกอย่างไรถึงจะเหมาะสม 

          สำหรับวันนี้เราก็มีอีกหนึ่งข้อมูลมาให้ปวดหัวเล่นกันอีกแล้วค่ะ เพราะเราจะนำเสนอการจัดห้องให้เจ้าตัวเล็กของคุณเพื่อให้ห้องเป็นพื้นที่ สำหรับสร้างทักษะและพัฒนาศักยภาพให้กับลูกคุณ  ตอนนี้ได้เวลาแล้ว  เรามาช่วยกันทำให้ห้องของเขาเป็นโลกที่แสนอบอุ่นและเหมาะสมต่อการหล่อหลอม ให้เจ้าตัวน้อยของคุณมีความพร้อมในการเจริญเติบโตอย่างเต็มศักยภาพกันดีกว่า ค่ะ

         
 5 สิ่งที่ควรคำนึงถึง เมื่อต้องการจัดห้องให้เจ้าตัวเล็ก

          1. ความต้องการพื้นที่ในการใช้งาน  และการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของเจ้าตัวเล็ก 

          ในความเป็นจริงแล้วก่อนการจัดห้องให้เจ้าตัวเล็กคุณควรเข้าใจถึงธรรมชาติของเด็กก่อน เช่น  ต้องรู้ว่าเด็กแรกเกิดใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในเปลเล็กๆ หรือเตียงเล็กๆ สำหรับเด็กที่มีที่กั้นเพื่อความปลอดภัย  และต้องเข้าใจว่าธรรมชาติของเด็กต้องมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  ดังนั้น สิ่งที่ควรคำนึงถึงในการจัดห้องคือ ควรมีแนวความคิดในการจัดอย่างมองเห็นว่าห้องต้องสามารถโตไปพร้อมกับลูกได้ โดยยึดหลักให้ห้องสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการในแต่ละช่วงวัยของลูก

          2. เฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องของลูก 

          ควรเป็นเฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัว  โต๊ะที่ใช้ในห้องก็ต้องเป็นโต๊ะตัวเล็ก ๆ และอย่าลืมโต๊ะสำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมด้วย

          3. การเลือกใช้สีเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับห้องของลูก

          ควรเลือกให้เหมาะสมกับวัย เพศ และอายุ สีจะทำให้ห้องดูอบอุ่น และกว้างขึ้น  นอกจากนั้นยังช่วยในเรื่องการเสริมสร้างความมั่นคงทางอารมณ์อีกด้วย  สีที่เหมาะกับห้องเด็ก  ได้แก่  สีชมพูราสเบอรี่  สีฟ้าสว่าง  สีเหลืองมะนาว  และสีเขียวอ่อน

          4. การจัดวางทิศทางของห้อง

          ควรมีการวางแผนการจัดทิศทางสำหรับห้องของเจ้าตัวเล็กเพื่อให้ห้องของเจ้าตัว น้อยมีการถ่ายเทอากาศที่ดี  มีความโปร่งสบาย  และมีแสงที่เหมาะสม  ซึ่งจะทำให้ลูกได้รับความสงบและพักผ่อนได้ดีขึ้น

         
5. ของเล่นที่เหมาะสมตามวัย 

          ของเล่นเป็นอีกสิ่งจำเป็นที่ควรมีในห้องของลูก เพราะเด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น ดังนั้นของเล่นที่เหมาะสมกับเด็กแรกเกิดควรเป็นของเล่นที่ทำจากผ้า หรือวัสดุที่นุ่ม ๆ และที่สำคัญต้องหมั่นดูแลรักษาความสะอาดอย่าทำให้ของเล่นกลายเป็นแหล่งสะสม ของเชื้อโรค

          "ห้องเล็ก ๆ ที่แสนยิ่งใหญ่  ห้องที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบของลูกคุณ"


โดย SMALL RooM
text by MISS IDEA 
แหล่งที่มา  http://women.kapook.com  (pregnancy baby)

Friday, November 30, 2012

จัดห้องให้ลูก


ห้องนอนลูก เรื่องใกล้ตัวที่สุดแสนจะสำคัญ เพราะเขานั้นต้องอาศัยกลิ้งเล่นหลับนอนที่ห้องนี้ตั้งแต่เล็กจนโต และนอกจากเป็นห้องพักผ่อนแล้วยังถือเป็นห้องส่วนตัวที่แสดงเอกลักษณ์ของตัวเองออกมาด้วย

ห้องนอนเด็กเล็ก (แรกเกิด-3 ปี)


เด็กเล็กมักจะใช้เวลา ส่วนใหญ่ในการนอน ห้องนี้จึงเป็นห้องที่เขาจะต้องใช้บ่อยที่สุด การจัดให้ห้องน่านอน และสะดวกในการใช้งานนั้น มีข้อที่ต้องคำนึงถึงดังนี้ค่ะ

บรรยากาศ : ควรจะดูสงบเงียบ โปร่งสบาย ไม่ร้อนหรือหนาวจนเกินไป ในกรณีที่ติดเครื่องปรับอากาศก็ควรดูอุณหภูมิให้อยู่ที่ 24-26 องศาเซลเซียส

เตียงนอน : อุปกรณ์สำคัญคงไม่พ้นเตียงนอน ซึ่งเตียงนอนเด็กเล็ก นั้นต้องดูให้มีโครงสร้างแข็งแรง ระยะซีกรงห่างไม่เกิน 2 3/8 นิ้ว แผงข้างเตียงมีความสูงไม่น้อยกว่า 26 นิ้ว หรือเมื่อลดแผงลงก็ต้องสูงไม่น้อยกว่า 9 นิ้ว ในปัจจุบันมีแบบระบบ Double Lock ที่จะป้องกันไม่ให้เด็กดันแผงข้างเตียงลงได้เอง และล้อล็อกได้ รวมทั้งการดีไซน์ที่ไม่มีขอบมุมที่คม อีกทั้งสีก็จะเป็นแบบไร้สารตะกั่ว ไม่หลุดลอกง่าย และแถบพลาสติกหุ้มที่มีคุณภาพ เพื่อป้องกันเด็กกัดเนื้อไม้

ตู้เสื้อผ้า : มีหลายแบบให้เลือก อาจจะเป็นตู้เก็บของแล้วมีลิ้นชักเก็บเสื้อผ้าได้ในตัวก็ได้ หรือเป็นลิ้นชักอย่างเดียว แล้วใช้ด้านบนของตู้เสื้อผ้าจัดเป็นที่เปลี่ยนผ้าอ้อมลูกได้ โดยควรจัดตู้ชิดเข้าฝาผนัง แต่คุณแม่อาจเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือเสื้อผ้าลูกที่เตียงก็ได้ค่ะ

โทนสี : สำหรับเด็กเล็ก ควรเป็นสีโทนอ่อนเพื่อให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เพื่อการหลับที่ยาวนานค่ะ
ขอขอบคุณ : KITSO เอื้อเฟื้อสถานที่ถ่ายภาพ และข้อมูล

ห้องนอนเด็กโต (3-6 ปี)


ในช่วงวัยที่เจ้าหนูเริ่มเคลื่อนไหวได้ คล่องแคล่วขึ้น มีกิจกรรมที่จะทำเยอะขึ้น ห้องนอนของเขาจึงไม่ใช่แค่ห้องที่จะใช้นอนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นที่สำหรับทำกิจกรรมอื่นๆ อีกด้วย

วัสดุ : เฟอร์นิเจอร์ในห้องนอนเป็นสิ่งที่ลูกต้องสัมผัสอยู่ทุกวัน คุณพ่อคุณแม่ต้องเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้วัสดุที่ปลอดภัยต่อเด็ก เช่น การเลือกใช้ไม้มาตรฐาน E1 ที่ปล่อยสารฟอร์มัลดีไฮน์ต่ำ ทำให้ไม่มีกลิ่นฉุน ลดการระคายเคืองต่อผิว โดยเฉพาะผู้เป็นภูมิแพ้และเด็ก

โครงสร้าง : โดยเฉพาะเตียงเด็กนั้น ควรจะต้องมีความแข็งแรง เพราะไม่ใช่แค่เป็นที่นอนของลูก แต่บางทีก็เป็นลานเล่นของเขาด้วย ซึ่งลูกอาจมีการกระโดดโลดเต้นบนที่นอนได้ ดังนั้นโครงสร้างเตียงควรเป็นแบบ Firm Structure คือใช้ไม้เต็มแผ่นรองใต้ที่นอน และมีคานเหล็กรองรับอีกชั้น ทำให้ไม่ยุบตัวง่าย รับน้ำหนักได้ดี

ดีไซน์เพื่อความปลอดภัย : สำหรับเด็กใน ช่วงวัยนี้ เขามักจะไม่อยู่นิ่ง เคลื่อนไหวรวดเร็ว และไม่ค่อยระมัดระวัง จนอาจทำให้ไปชนมุมโต๊ะ มุมเตียงได้บ่อยๆ หากเลือกดูเฟอร์นิเจอร์ที่มีความโค้งมนก็จะช่วยลดความรุนแรงของการกระแทกลง ได้ หรือในส่วนที่เป็นบานพับของตู้หรือลิ้นชัก หากใช้เป็นโช้คกันกระแทก ก็จะช่วยให้เด็กสามารถเปิด-ปิดลิ้นชักได้เองอย่างมั่นใจมากขึ้น

จัดสรรพื้นที่ : สำหรับบ้านที่มีพื้นที่จำกัด อาจเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีการใช้งานได้หลากหลาย เช่น เตียง 2 ชั้น ที่บันไดเป็นช่องเก็บของได้ หรือชุดเตียงนอนที่มีส่วนยื่นมาเป็นโต๊ะเขียนหนังสือได้ ก็จะช่วยเรื่องการจัดสรรพื้นที่ได้

การเติบโตของลูก : ในการเลือกเตียงอาจจะต้องเผื่อสำหรับการเติบโตของลูก เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย โดยเตียงขนาด 3 ฟุตครึ่งเป็นขนาดกำลังเหมาะที่ใช้ไปได้อีกหลายปีค่ะ และเริ่มต้นเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็นก่อน อย่างเตียงหรือตู้เสื้อผ้า พอโตขึ้นอีกหน่อย อาจค่อยเพิ่มโต๊ะเขียนหนังสือ โต๊ะเครื่องแป้ง แล้วแต่ความต้องการของลูกต่อไป

ห้องนอนเล็กๆ ที่เป็นจุดกำเนิดของเรื่องราวและความทรงจำที่จะติดตัวเด็กไปอีกนานเท่านาน เราคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงต้องใส่ใจในรายละเอียดเป็นพิเศษ หวังว่าวันนี้คุณจะเกทไอเดียไปประยุกต์ใช้สร้างห้องจิ๋วแสนน่ารักให้เจ้าหนู ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

แหล่งที่มา Modern Mom




Thursday, May 3, 2012

เทคนิคแต่งห้องลูกน้อย



การนอนหลับ เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการพักผ่อนร่างกาย ฉะนั้น การสร้างบรรยากาศภายในห้องนอนให้กับสมาชิกตัวน้อย จึงเป็นหนึ่งเรื่องที่ควรใส่ใจไม่ต่างไปจากเรื่องอื่นเลย Baby Care ฉบับนี้เรามีเทคนิคง่าย ๆ ที่คุณแม่สามารถนำไปใช้ได้กับทุกรูปแบบของห้องนอน เพื่อสร้างบรรยากาศ ความรู้สึกดีในการพักผ่อนของลูกน้อยค่ะ

แสงไฟ

            ถ้าเป็นแสงไฟนีออน ควรเลือกหลอดไฟที่มีแสงสว่างนุ่มนวลกว่าห้องอื่น ๆ เพื่อช่วยให้ลูกหลับสนิท ไม่ถูกรบกวนจากแสงไฟจ้ามากเกินไป

            บ้าน ใหม่เลือกใช้แสงไฟจากโคมไฟตั้งโต๊ะ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือตำแหน่งการตั้งโคมไฟ ต้องไม่ตั้งอยู่ในจุดที่ล้มง่ายหรือเกะกะทางเดิน เป็นอันตรายใกล้ตัวลูกน้อย

            การ มีไฟที่สามารถปรับแสงได้ตามต้องการภายในห้องนอน ก็จะยิ่งช่วยให้คุณแม่สะดวกในช่วงเวลาที่จะเปลี่ยนผ้าอ้อม หรือให้นมลูกน้อยภายในห้องนอน

            ส่วน แสงสว่างแบบธรรมชาติที่ไม่แรงจัดในช่วงบ่าย ๆ ช่วยให้ห้องนอนของลูกโปร่งสบาย ไม่อับชื้น เป็นสะสมของเชื้อโรค และเป็นแสงสว่างที่มากพอในการทำกิจกรรม เช่น อ่านหนังสือหรือเล่นกับลูกได้

สีสันห้องนอน

            การ เลือกสีสันห้องนอนนั้น อาจอยู่ที่ความพอใจของคุณพ่อคุณแม่เป็นหลัก ว่าจะเลือกแบบใด ดีไซน์แบบไหน แต่ก็มีข้อแนะนำว่า ควรเป็นสีโทนอ่อน เพื่อให้สบายตาสร้างความรู้สึกที่ผ่อนคลายเข้าไว้ดีกว่า ที่สำคัญ สีที่เลือกใช้ภายในห้องนอนลูกต้องปลอดภัย ไม่มีส่วนผสมของสารเคมี ที่เป็นอันตรายนึกถึงเรื่องสุขภาพของลูกเป็นเรื่องหลัก

เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง

            การ ตกแต่งห้องนอน ควรคำนึงถึงเรื่องพื้นที่การใช้งาน และขนาดของเฟอร์นิเจอร์เป็นเรื่องหลัก เพื่อความสะดวกในการจัดวางอย่างเหมาสม เช่น เป็นห้องนอนของลูกนอนคนเดียว หรือห้องที่นอนกับคุณพ่อคุณแม่

            หมั่น เช็กความแข็งแรงทนทานของเฟอร์นิเจอร์ เช่น ตู้เสื้อผ้า โซฟา หรือเตียงนอน เมื่อลูกเข้าสู่วัยซน เคลื่อนไหวร่างกายได้เก่ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ

            ห้อง นอนที่มีพื้นที่จำกัด ควรมีเฟอร์นิเจอร์เท่าที่จำเป็น และควรจัดให้เป็นระเบียบ หากสถานะการเงินสะดวกจะจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบบิวท์อิน ก็ช่วยให้ห้องสว่างและกว้างได้มากขึ้นค่ะ

            ลูก น้อยเป็นภูมิแพ้ โรคหอบหืด ควรเลี่ยงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นพรมหรือมีขนค่ะ เพราะเป็นสิ่งกระตุ้นให้ลูกเกิดอาการเจ็บป่วยได้มากขึ้น

ความสะอาด

            ความ สะอาดเป็นหัวใจสำคัญ สัมพันธ์กับเรื่องสุขภาพของลูก ฉะนั้น ห้องนอนควรโล่งโปร่งสบาย ปลอดภัยจากเชื้อโรค และฝุ่นละอองไว้ก่อนโดยวิธีการต่อไปนี้

            หมั่นทำความสะอาดที่นอน หมอน ผ้าห่ม ของใช้ต่าง ๆ ของลูก

            สิ่งของใกล้ตัว เช่น ตุ๊กตาขนฟูที่ เคียงข้างลูกน้อย อาจไม่ดีต่อสุขภาพลูกน้อยที่เป็นภูมิแพ้ ก็ควรเลี่ยงมีไว้ในห้องนอน

            หากมีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ ก็ต้องหมั่นตรวจเช็ก ดูแล ทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และควรให้ห้องนอนเปิดโล่ง อากาศถ่ายเทได้สะดวก

แหล่งที่มา  กระปุกดอทคอม / Mother & Care