Showing posts with label เด็กกับการไปเที่ยว. Show all posts
Showing posts with label เด็กกับการไปเที่ยว. Show all posts

Monday, August 4, 2014

ชวนลูกเล่นนอกบ้าน เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ




         ช่วงวันหยุดยาว หลายครอบครัวเลือกที่จะออกเดินทางท่องเที่ยว และถือโอกาสพาลูกไปสัมผัสกับธรรมชาติ ซึ่งจะช่วยให้ลูกน้อยจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ที่แตกต่างจากบ้าน แต่ถ้าไม่มีเวลามากนัก หยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือช่วงเวลาตอนเย็นพาลูกในเดินเล่นตามสวนสาธารณะใกล้บ้านก็ยังดีค่ะ

          เพราะการปล่อยให้เด็ก ๆ ใกล้ชิดกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ นอกจากจะทำให้เขารู้สึกสดชื่น ได้ออกกำลังท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์แล้วยังช่วยให้เค้าพร้อมจะเรียนรู้สิ่ง ใหม่ ๆ อีกด้วย

          แต่ก่อนจะพาลูกออกนอกบ้าน ต้องมีการเตรียมตัวสักนิดค่ะ


  เตรียมพร้อมก่อนออกนอกบ้าน

          จะ ออกไปเล่นนอกบ้านทั้งทีอุปกรณ์ต้องพร้อมค่ะ เตรียมเอาไว้ก่อนดีกว่า ต้องไปหาทีหลัง ซึ่งอาจไม่ทันใจเจ้าตัวเล็กได้ ทั้งอาหาร นม ขนม น้ำดื่ม สำหรับอาหารที่ควรเตรียมไว้เผื่อ เวลาลูกหิว ควรเป็นอาหารที่รับประทานง่าย เช่น แซนด์วิช บิสกิต ที่พอลูกหิวปุ๊บก็สามารถหยิบมารับประทานได้ทันที ไม่อย่างนั้นเจ้าหนูที่กำลังหิวอาจพาลเกเรจนหมดสนุกได้ นอกจากนี้ควรเตรียม กระดาษทิชชู สำหรับเปลี่ยนผ้าอ้อมสำหรับเด็กเล็ก รถเข็น เสื่อสำหรับปูนั่งเล่นไว้ด้วยค่ะ

          ใน ช่วงเวลาที่แดดแรงควรสวมหมวกให้ลูก ถ้าแดดแรงมากหาครีมกันแดดให้เค้าด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้มีครีมกันแดดสำหรับเด็กโดยเฉพาะมีค่า SPF ตั้งแต่ 15 ขึ้นไป แต่คุณแม่ควรศึกษาข้อมูลและอ่านฉลากให้แน่ใจก่อนว่าเหมาะกับช่วงวัยของลูก หรือไม่ ไม่ควรนำครีมกันแดดของผู้ใหญ่ไปใช้กับเด็กนะคะ เพราะอาจมีสารเคมีที่ระคายเคืองต่อผิวบอบบางของลูกได้

  สำรวจพื้นที่

          เมื่อ ถึงที่หมาย ก่อนจะปล่อยให้ลูกวิ่งเล่น คุณพ่อคุณแม่ควรสำรวจพื้นที่บริเวณนั้นก่อนว่าปลอดภัยหรือไม่ เช่น พื้นหญ้ามีก้อนหิน เศษแก้ว หรือวัสดุที่อาจเป็นอันตรายหรือเปล่า หากเป็นสนามเด็กเล่นควรดูพื้นสนามว่า ปูพื้นเรียบหรือไม่ มีร่องหลุม ที่อาจทำได้สะดุดหกล้มหรือเปล่า พื้นแข็งจนอาจเป็นอันตรายหากลูกพลัดตกจากเครื่องเล่นหรือไม่ และต้องตรวจสอบตัวเครื่องเล่นด้วยว่ามีความแข็งแรงพอหรือไม่

  เรียนอยู่กับธรรมชาติ

          เด็ก ๆ มีความอยากรู้อยากเห็นสิ่งรอบ ๆ ตัว อยู่แล้ว ยิ่งมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่มีทั้ง สนามหญ้า ต้นไม้ ท้องฟ้า นก แมลง ฯลฯ แบบนี้ระหว่างที่คุณแม่ออกไปเดินเล่นกับเค้า เค้าก็อาจมีคำถามมากมายมาซักถาม ซึ่งคุณแม่สามารถสอดแทรกความรู้ และฝึกความช่างสังเกตให้ลูกได้

          การ ที่เด็กได้รับการฝึกให้ช่างสังเกต รู้จักตั้งคำถามและหาคำตอบ จะช่วยให้เค้ารู้จักการคิดอย่างเป็นระบบ ช่วยให้เค้าเติบโตขึ้นเป็นคนที่มีเหตุผล กล้าคิด กล้าแสดงออก แถมการเรียนรู้นอกบ้าน นอกห้องเรียน ยังช่วยทำให้เด็กเข้าใจความเป็นจริงของธรรมชาติ ซึ่งเป็นพื้นฐานของวิชาวิทยาศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ อีกมากมาย ที่เค้าจะได้เรียนรู้ต่อยอดในอนาคต

  พัฒนาการสมวัย....ด้วยธรรมชาติ

          การ ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้เล่นในที่โล่งกว้าง ซึ่งเป็นสถานที่กลางแจ้งนั้น ช่วยให้เด็กมีพื้นที่สำหรับการเรียนรู้ที่แตกต่างจากห้องเรียนและที่บ้าน เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้หลากหลายมิติมากขึ้น จากสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่อยู่เสมอ เช่น ต้นไม้ ใบไม้ ดอกไม้ ที่มีสีสัน จำนวน ที่ต่างกันเปลี่ยนไปตามฤดูกาล แถมความสนุกสนานจากการเล่น ยังทำให้เด็กอารมณ์ดี นำไปสู่พัฒนาการทางอารมณ์ หรือ EQ ที่ดีด้วย

          นอก จากนี้การอยู่ในสถานที่โล่งกว้างรายล้อมด้วยธรรมชาติ ยังทำให้ เด็ก ๆ สามารถเรียนรู้ได้อย่างอิสระ ได้เคลื่อนไหวร่างกายอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะวิ่ง กระโดดปีนป่าย ทำให้เค้าได้ออกกำลังกายทุกส่วน ส่งผลให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่แข็งแรง

  วิตามินจากการเล่น

          ใน วัยที่เด็ก ๆ มีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วนี้ การเล่นกลางแจ้งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่ การเปิดโอกาสให้เด็กเล่นในสถานที่ที่โล่งกว้าง ทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวของร่างกายหลาย ๆ ส่วนร่วมกัน จึงช่วยให้เด็กมีร่างกายที่แข็งแรงและสมบูรณ์กว่าเด็กที่นั่งเล่นอยู่แต่ใน บ้าน

          นอกจาก เรื่องของการพัฒนากล้ามเนื้อแล้ว การเล่นนอกบ้านยังช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งนับเป็นโครงสร้างหลักของร่างกาย โดยร่างกายของคนเราจะได้รับวิตามินดี ซึ่งช่วยเรื่องการดูดซึมแคลเซียมจากแสงแดดมากกว่าที่จะได้รับจากอาหารรวม ทั้งอาหารเสริม ดังนั้น นอกจากการให้เด็ก ๆ ได้รับประทานอาหารครบ 5 หมู่แล้ว ควรให้เด็กได้เล่นกลางแจ้งเพื่อให้ร่างกายได้สัมผัสแสงแดด ซักวันละ 15 นาที โดยเลือกช่วงเวลาที่แดดไม่แรงมาก

 ข้อควรระวังของการเล่นนอกบ้าน

          แม้การเล่นนอกบ้านจะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อควรระวัง โดยเฉพาะเรื่องการพลัดหลง ซึ่งการพลั้งเผลอเพียงชั่วครู่อาจอาจนำไปสู่ความสูญเสียครั้งใหญ่ได้ ซึ่งเรื่องนี้ทางศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา ได้ฝากข้อปฏิบัติสำหรับคุณพ่อคุณแม่ไว้ดังนี้

         
1. ไม่พาลูกเล็กไปยังที่ที่มีคนพลุกพล่านเกินไปโดยไม่จำเป็น

         
2. ไม่ปล่อยให้ลูกเล็กไปวิ่งเล่นตามลำพัง แม้จะใกล้บ้านก็ตาม

         
3. ไม่ให้ใครมารับลูกเล็กที่โรงเรียน เว้นแต่จะได้โทรศัพท์บอกครูทุกครั้งที่มีคนมารับแทน

         
4. ไม่ทิ้งลูกเล็กไว้กับผู้สูงอายุ ที่อาจดูแลเด็กวัยกำลังซนไม่ไหว

         
5. ไม่ยอมให้ลูกรับของจากคนแปลหน้า หมั่นสอนเด็กเล็กในเรื่องนี้

เมื่อลูกเล่นเพลินจนลืมเหนื่อย

          เรื่อง สุดท้ายที่อยากฝากคุณพ่อคุณแม่ สำหรับการพาลูกออกไปเล่นนอกบ้านนั่นก็คือ ระหว่างที่เด็ก ๆ ได้เล่นนั้น เค้าอาจสนุกเพลินจนไม่รู้สึกเหนื่อย ไม่รู้สึกหิว ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ต้องคอยสังเกต ถ้าเห็นว่าลูกเริ่มเหนื่อย หรือไม่ได้รับประทานอาหาร และไม่ได้ดื่มน้ำมาเป็นเวลานาน ควรบอกให้ลูกหยุดพัก เพื่อเติมพลังก่อนที่จะสนุกต่อนะคะ

เรื่อง : นลัน
แหล่งที่มา  M&C แม่และเด็ก, http://baby.kapook.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Saturday, March 8, 2014

พาลูกเที่ยวสวนสัตว์ให้สุดหรรษา ต้องเตรียมตัวแบบนี้เลย !



          วันหยุดสุดสัปดาห์จวนจะมาถึงทั้งที มีครอบครัวไหนวางแผนจะพาเจ้าลูกเล็กของคุณไปเปิดโลกกว้างกันที่สวนสัตว์กันบ้างไหมคะ หากเบื่อจะพาลูกไปตากแอร์ที่ห้าง ลองพาเจ้าตัวน้อยเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินเล่นแบบโอเพ่นแอร์ และดูความน่ารักของสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่กันบ้างดีกว่า สวนสัตว์นี่แหละเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ของเจ้าหนูมาก ๆ แถมไปสวนสัตว์แบบนี้รับรองว่าคุณจะใช้เวลาอยู่ข้างในนั้นได้ทั้งวัน ปัญหาก็ติดอยู่ที่เจ้าตัวเล็กเท่านั้นล่ะว่าเขาจะงอแงโยเยหรือไม่ แต่ถ้าได้วางแผนเตรียมตัวไว้ตามแพลนที่เราแนะนำมาให้นี้ รับรองว่าจะทำให้ทริปเปิดโลกกว้างที่สวนสัตว์ของเจ้าหนูราบรื่นและสนุกสุด ๆ จนอยากจะกลับมาเที่ยวอีกบ่อย ๆ เลยล่ะ

1. ไปยิ่งเช้าก็ยิ่งดี

          เด็ก ๆ มักจะคึกคักตื่นตัวในตอนเช้า และจะง่วงเหงาหาวนอนในตอนบ่าย ซึ่งอาจทำให้เขาเริ่มหงุดหงิดงอแงหากว่ายังถูกพาให้เดินไปไหนมาไหน เพราะฉะนั้นไปสวนสัตว์ให้เช้าได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี เข้าสวนสัตว์ได้ทันทีที่ถึงเวลาเปิดก็เยี่ยมไปเลยค่ะ

2. กระตุ้นการเรียนรู้ด้วยสัมผัสทั้งห้า

          เด็กเล็ก ๆ มักตื่นเต้นเมื่อได้พบเจอสิ่งแปลกใหม่ ถ้าคุณพ่อคุณแม่ได้กระตุ้นให้เขาได้เรียนรู้ด้วยสัมผัสทั้งห้าด้วยก็จะยิ่ง ดี อย่างเสียงร้องนี้เป็นของสัตว์ตัวไหน ตัวเล็กหรือตัวใหญ่นะ กลิ่นมันเป็นยังไงจ๊ะ และถ้ามีโซนที่อนุญาตให้ลองสัมผัสกับสัตว์ดูได้ ก็ให้เขาได้ลองดู การเรียนรู้เหล่านี้จะทำให้เจ้าตัวเล็กสนุกสนานกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าและ อยู่รอบตัวมาก ๆ เลยล่ะ

3. เตรียมขนมของเจ้าหนูไปด้วย

          ความหิวทำให้เจ้าตัวเล็กหงุดหงิดงอแงได้พอ ๆ กับความเบื่อหน่าย คุณจึงจำเป็นต้องเตรียมขนมสำหรับเจ้าตัวเล็กไปด้วย ซึ่งควรจะเป็นขนมที่เขาหยิบกินเองได้ง่าย ไม่เปรอะเปื้อนเลอะเทอะนักค่ะ

4. สัมผัส & ให้อาหารสัตว์ กิจกรรมที่จะทำให้เด็กน้อยเอ็นจอยสุด ๆ

          เป็นธรรมดาที่เจ้าตัวเล็กจะพาลเบื่อหน่ายเอาได้ง่าย ๆ หากว่าได้แต่เฝ้ามองสัตว์จากระยะห่าง ๆ แต่จะกระตือรือร้นสนใจเป็นพิเศษหากว่าสามารถจับต้องหรือเข้าถึงพวกมันได้ ซึ่งกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ได้สัมผัสหรือให้อาหารสัตว์ที่ทางสวนสัตว์เตรียม ไว้ก็ดูจะเหมาะสำหรับความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าหนูในด้านนี้เสียจริง ๆ แต่ก่อนจะให้ลูกร่วมกิจกรรมก็ต้องดูแล้วว่าพื้นที่ที่เตรียมไว้สำหรับ กิจกรรมนั้นปลอดภัยดี และดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาด้วยนะคะ

5. ชวนลูกหาข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ต่าง ๆ ก่อนไปเที่ยวจริง

          ก่อนที่จะพาเขาไปสวนสัตว์จริง ๆ ลองชวนเจ้าตัวเล็กนั่งลงดูหนังสือภาพที่มีรูปสัตว์ต่าง ๆ ดูการ์ตูนหรือสารคดีเกี่ยวกับสัตว์สำหรับเด็ก ด้วยวิธีนี้จะทำให้เขารู้สึกสนอกสนใจและกระตือรือร้นที่จะได้ไปเห็นตัวเป็น ๆ ของสัตว์น้อยใหญ่ทั้งหลายที่เคยเห็นเป็นแค่รูปหรือภาพเคลื่อนไหวเท่านั้น รับรองว่าเมื่อไปถึงสวนสัตว์เจ้าหนูจะวิ่งดูสัตว์ตัวนั้นตัวนี้ทีอย่างสนุก สนานเลยล่ะ

6. หาที่นั่งพักหรือทำกิจกรรมเบา ๆ แทนเมื่อถึงเวลางีบหลับตามปกติของลูก

          หากว่ายามปกติเมื่ออยู่บ้าน เมื่อถึงเวลานี้เป็นยามที่ลูกจะได้นอนงีบหลับระหว่างวัน แต่เมื่อวันนี้พาลูกออกมาที่สวนสัตว์คุณจึงต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรมเสียหน่อย เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มหงุดหงิดหรือแสดงอาการง่วงงุน แทนที่จะพาเขาตะลอน ๆ เดินเที่ยวต่อไป ก็เปลี่ยนเป็นกิจกรรมเบา ๆ แทน อย่างนั่งพักข้างทาง พาลูกปั่นเรือบถีบ (แน่นอนว่าคนปั่นเรือต้องเป็นคุณพ่อหรือคุณแม่นะจ๊ะ) หรือจะพาลูกขึ้นรถรางที่ค่อย ๆ วนไปรอบ ๆ สวนสัตว์ก็ได้ ให้เจ้าหนูได้นั่งพักชาร์จพลังงานสักครู่ หรือจะให้เขางีบหลับไปสักพักเลยก็ได้ เจ้าตัวเล็กของคุณจะได้ไม่หงุดหงิดจากอาการอดนอนนะคะ

          มี 6 ทริคให้นำไปใช้สำหรับการพาเจ้าตัวเล็กไปเที่ยวที่สวนสัตว์แบบนี้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็อย่ารอช้าแพลนทริปหาเวลาพาลูกน้อยไปเที่ยวเปิดประตูสู่โลกกว้าง พบเจอสิงสาราสัตว์น้อยใหญ่ในบรรยากาศที่แสนสดชื่นและเป็นธรรมชาติของสวน สัตว์กันดูบ้างดีกว่า ถ้าเตรียมตัวมาดีแบบนี้รับรองว่านี้จะเป็นทริปที่ แสนน่าประทับใจของครอบครัว และไม่แน่ว่าเจ้าหนูอาจร้องอยากมาสวนสัตว์อีกบ่อย ๆ ก็ได้นะคะ :D


ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Thursday, March 7, 2013

เมื่อต้องพาลูกน้อยขึ้นเครื่องบิน



เมื่อมีความจำเป็นต้องพาลูกน้อยในวัยทารก ขึ้นเครื่องบิน คุณแม่คงเกิดความกังวลใจสารพัด ทั้งเรื่องความปลอดภัย และความสะดวกสบายต่างๆ นานา  ทั้งที่ความจริงแล้ว ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลยค่ะ เพียงแต่คุณแม่ต้องเตรียมตัวดังนี้

  • คุณแม่ควรขอที่นั่งด้านหน้าที่กว้างขวางและมี ที่ใส่เปลไว้ล่วงหน้า โดยให้ลูกนั่งในเปลที่ปลอดภัย และเหมาะสม ใส่ได้พอดีกับที่นั่งบนเครื่องบิน และที่สำคัญ คุณแม่ไม่ควรเลือกที่นั่งของคุณและของลูกอยู่ใกล้กับประตูฉุกเฉิน เพราะเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา จะมีผู้คนพลุกพล่านบริเวณที่คุณแม่กับลูกอยู่ จนคุณแม่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยค่ะ
  • เตรียมของใช้ส่วนตัวต่างๆ ของลูกให้ครบและพร้อม ไม่ว่าจะเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูป ขวดนม นม เสื้อผ้าสำหรับผลัดเปลี่ยน และอย่าลืมถุงเท้าและเสื้อกันหนาว เพราะอากาศบนเครื่องบินอาจจะเย็น และที่สำคัญคือ ของเล่นที่ลูกคุ้นเคยและโปรดปราน เพื่อให้ลูกเพลิดเพลิน โดยเฉพาะเวลาบินระยะไกลๆ  
  • ใช้รถเข็นเด็กหรือกระเป๋าสำหรับอุ้มเด็ก จะช่วยให้คุณแม่ มีมือที่จะหิ้วสัมภาระหรือทำสิ่งต่างๆ ได้สะดวก โดยเฉพาะช่วงที่อยู่ที่สนามบิน
  • ก่อนขึ้นเครื่องบิน คุณแม่ควรปรึกษาคุณหมอด้านหู คอ จมูก เพื่อดูว่าเจ้าตัวเล็กของคุณแม่มีหูอักเสบ ซึ่งจะส่งผลเมื่ออยู่บนเครื่องที่มีความกดอากาศเปลี่ยนไปหรือไม่ เป็นหวัดมีน้ำมูกหรือเปล่า ถ้ามีก็จะได้หาทางป้องกันหรือตั้งรับปัญหาที่จะเกิดขึ้น เป็นต้นว่า หายา ช่วยระงับอาการปวดหูไว้ก่อน หรืออย่างน้อยก็จะได้รู้ว่า ทำไมเจ้าตัวเล็กถึงได้งอแงนักขณะที่นั่งเครื่องบิน
      เตรียมการไว้ดี การเดินทางก็ปลอดโปร่งค่ะ



แหล่งที่มา  http://www.enfababy.com

Sunday, February 10, 2013

เตรียมตัวให้พร้อมก่อนพาลูกเที่ยว



เรื่องเที่ยวเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับลูกน้อยวัยนี้ เพราะลูกกำลังอยากรู้อยากเห็น การพาลูกออกไปท่องเที่ยวนั้นก็จะยิ่งส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่ดี ซึ่งการพาลูกออกไปท่องเที่ยวแต่ละครั้งคุณแม่ควรเตรียมสิ่งๆ ต่างให้พร้อมดังนี้
 
ก่อนเดินทาง
  • ศึกษาข้อมูลของสถานที่ที่จะพาลูกน้อยไป
  • วางแผนการเดินทาง
  • เตรียมเสื้อผ้าไปหลายชุด เพราะลูกจะซุกซน อยากรู้อยากเห็นไปซะหมด โอกาสที่จะเลอะก็มีมาก
  • นมกล่อง อาหาร น้ำ และขนมต่างๆ ที่มีประโยชน์ และลูกชอบ
  • เตรียมยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก และยาแก้ภูมิแพ้ ไว้เผื่อกรณีฉุกเฉิน
  • สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ยากันยุง และรองเท้าแตะ
  • อุปกรณ์ทำความสะอาด เช่น ควรเตรียมกระดาษเปียกสำหรับเด็ก เมื่อต้องเข้าห้องน้ำสาธารณะ 
  • เตรียมเพลง หนังสือ หรือนิทานไปด้วย เพื่อเปิดให้ลูกฟังในรถ
  • ของเล่นหลากหลาย ลูกจะได้ไม่เบื่อเมื่อต้องอยู่บนรถนานๆ หรือจะเตรียม กระดาษ ดินสอสีไปด้วย เพื่อให้ลูกวาดสิ่งต่างๆ ที่พบเจอ
  • กล้องถ่ายรูป และกล้องวีดีโอ สำหรับเก็บภาพความสนุกและความสุขของครอบครัว
วันเดินทาง
  • เขียนชื่อ ที่อยู่ ผูกไว้ที่ข้อมือของลูก
  • ปูผ้ายางบนเบาะหารถกันเจ้าตัวเล็กทำเลอะเทอะ
  • ให้ลูกเข้าห้องน้ำก่อนออกเดินทาง
  • ควรใช้เวลาในขณะเดินทางให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่ ที่จะพาลูกไป
  • หยุดพักระหว่างสัก 2 - 3 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกได้พักผ่อน
  • ในหน้าหนาวลูกอาจจะปวดฉี่บ่อย คุณแม่ต้องหมั่นสังเกต และหมั่นถามลูก เพราะบางทีลูกอาจไม่กล้าบอก
  • อย่าเคร่งครัด อบรมพฤติกรรมของลูกมากเกินไป ควรให้ลูกมีอิสระบ้างที่จะทำสิ่งต่างๆ บ้าง

เตรียมตัวดีขนาดนี้ รับรองว่าทริปนี้คุณลูกสนุก คุณพ่อคุณแม่มีความสุขและสบายใจแน่นอนค่ะ

  
แหล่งที่มา  http://www.enfababy.com