Showing posts with label เด็กกับของเล่น. Show all posts
Showing posts with label เด็กกับของเล่น. Show all posts

Friday, March 14, 2014

เล่นกับกระจก พัฒนาสมองลูกได้



                                           Sassy Crib and Floor Mirror      

       เชื่อว่าคุณแม่หลายคนคงรู้กันมาบ้างว่า การเล่นกับกระจกช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้ลูกน้อยได้ ซึ่งความสนใจจ้องมองตัวเองในกระจกนี้ เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงวัย 4-5 เดือนหรือราว 20-28 สัปดาห์ เป็นต้นไป หนังสือเกี่ยวกับพัฒนาการเด็กหลายเล่มเขียนตรงกันว่า การเล่นกับกระจกนั้นจะช่วยฝึกการมองและการสังเกต ฝึกการเคลื่อนไหวของหน้าตา และท่าทางขณะเด็กมองเล่น
 
     อีกทั้งยังมีการศึกษาเกี่ยวกับกระจกเงากับการเล่นของเด็ก โดยซินดี้ แบรนดอน แห่ง Centennial College ที่พบว่า กระจกเป็นของเล่นที่ไม่แพง และให้ความสนุกสำหรับเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่ควรนำมาเล่นกับเด็ก โดยปกติแล้วเด็กจะให้ความสนใจกับรูปทรงต่างๆ บนใบหน้า และการที่เด็กเล่นกับกระจกก็เป็นของเล่นที่มีปฏิสัมพันธ์ สามารถสื่อสารกลับมาที่ตัวเด็กได้ นั่นเพราะเมื่อเด็กเคลื่อนไหว เงาก็จะเคลื่อนไหวตามไปด้วย คล้ายเป็นเพื่อนเล่นอีกคนหนึ่งของเขา และด้วยเหตุผลแห่งการปฏิสัมพันธ์นี้เองที่ทำให้นักวิชาการเชื่อว่า กระจกสามารถกระตุ้นพัฒนาการเด็กได้ โดยเฉพาะด้านอารมณ์และสังคม การดูภาพสะท้อนในกระจก โดยคิดว่าเป็นเพื่อนเล่นอีกคน จึงเป็นการปูพื้นฐานทักษะทางสังคมของเด็ก



     เหตุผลอีกอย่างที่ทำให้นักวิจัยเชื่อ คือการจ้องมองกระจกเป็นการกระตุ้นสมองและประสาทสัมผัสด้านความสนใจใคร่รู้ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของเด็ก เวลาที่เขาจ้องมองและสัมผัสสิ่งต่างๆ ในกระจก สมองจะส่งกระแสไฟฟ้าผ่านเส้นใยของเซลล์ประสาทที่มีการแตกแขนงอย่างมากมาย ทำให้เกิดการรับรู้ การตอบสนองต่อสิ่งที่เห็น สิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เขาจำตัวเองได้ เวลาที่เขาเห็นเงาตัวเองในกระจก และจำตัวเองได้ว่าเขามีรูปร่างหน้าตาแบบนี้เอง เป็นการปูพื้นฐานเรื่องการรู้จักตนเองของเด็กได้ด้วย
 
     วันนี้อุ้มเจ้าตัวน้อยเล่นกับกระจกกันหรือยังคะ

แหล่งที่มา  http://www.enfababy.com
ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Monday, January 20, 2014

ลูก ๆ ของคุณเป็นกันไหม ชอบเล่นอะไรที่ไม่ใช่ของเล่นแบบนี้



         ธรรมชาติของเจ้าตัวเล็กของเรา เขามักจะเล่นทุกอย่างเท่าที่จะคว้ามาได้ หรือบางทีก็หยิบมาอมเล่นแก้คันเหงือกซะอย่างนั้น ซึ่งบางอย่างที่เขาหยิบมาเล่น คุณพ่อคุณแม่ก็แทบจะแย่งมาเก็บซะแทบไม่ทัน ก็แหม นั่นมันไม่ใช่ของเด็กเล่นนะจ๊ะลูก แต่คุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตกันไหมคะ ว่าเด็ก ๆ เขามักจะคว้าอะไรมาเล่นกันบ่อยที่สุด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเจ้าตัวเล็กเลยก็ว่าได้ แต่ถ้ายังนึกไม่ออก ถ้าอย่างนั้นมาลองดู 7 ของต่อไปนี้ ที่เขาว่ากันว่าเด็กเล็ก ๆ แสนถูกอกถูกใจ เห็นเป็นไม่ได้ต้องคว้ามาเล่นกันเลยล่ะ

1. ช้อนตวงอาหาร

 
          อุปกรณ์ที่ผู้ใหญ่อย่างเราใช้กันในครัวแบบนี้เด็ก ๆ เขาก็คิดว่าเป็นของเล่นของเขาเหมือนกัน โดยเฉพาะช้อนตวงที่มีห่วงเกี่ยวไว้เข้าด้วยกัน ก็จะยิ่งเย้ายวนอารมณ์อยากเล่นของเด็ก ๆ เป็นที่สุด ซึ่งจิตแพทย์เด็กก็อธิบายว่า อาจจะเป็นเพราะรูปร่างของเจ้าช้อนตวง ที่ไปละม้ายคล้ายคลึงกับพวงกุญแจที่เป็นของเล่นของเด็ก ๆ เขานั่นเองจ้า

2. กล่อง

 
          กล่องไม่ใช่ของเล่นของแมวเท่านั้น แต่เด็ก ๆ ยังเห็นว่าเป็นของเล่นที่แสนสนุกของเขาอีกด้วย ซึ่งวิธีการเล่นของเขาก็มีหลากหลาย ทั้งเล่นซ่อนแอบ นั่งทับกล่อง ใช้เป็นกระโถน หรือแม้แต่นำของอื่น ๆ ไปยัดในกล่องอย่างสนุกสนาน แหม เป็นเด็กนี่หาความสุขง่ายจังเลยเนอะ

3. หลอดหยดยา

 
          อีกหนึ่งของเล่นยอดนิยมของเจ้าตัวเล็กก็คงไม่พ้นหลอดหยดยา ที่มีหัวบีบนุ่มนิ่ม แถมยังมีรูปทรงเรียว ๆ ดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ ได้ดีนัก (หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็เหอะ!) โดยเด็ก ๆ จะชอบบีบหลอดหยดยาเล่น พอให้มีลมผ่านออกมาจากหลอดหยดยา หรือถ้ามีน้ำให้เขาได้ลองดูดเข้าหลอดก็จะสนุกสนานกันไปใหญ่เลยล่ะ

4. ขวดน้ำ

 
          ไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่เคยสังเกตหรือเปล่าว่าเวลาที่เราถือขวดน้ำอยู่ในมือ ลูกน้อยของเราจะร้องงอแงและแย่งขวดน้ำในมือไปจากเรา ไม่ว่าจะมีน้ำหรือไม่มีน้ำในขวดนั้นก็ตาม และพอเขาได้ถือขวดน้ำแล้ว เขาก็จะเริ่มเขย่าอย่างเมามันส์ โดยเฉพาะขวดน้ำที่ว่างเปล่า ไม่มีน้ำอยู่ในขวดสักหยด ก็จะยิ่งเร้าอารมณ์ของเจ้าหนูน้อยเอามาก ๆ เลยเชียว

5. โทรศัพท์มือถือ

 
          อาจจะเป็นเพราะปุ่มมากมายที่อยู่บนโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งเสียง และท่าทางที่ผู้ใหญ่ใช้โทรศัพท์ จึงทำให้เด็ก ๆ ชอบเอาโทรศัพท์มือถือมากดเล่น และพยายามเลียนแบบวิธีคุยโทรศัพท์ของผู้ใหญ่อย่างเอาเป็นเอาตาย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ควรจะหาโทรศัพท์มือถือเก่า ๆ ที่ใช้งานไม่ได้แล้วมาให้เขาเล่นสักเครื่อง แล้วจะได้เห็นลูก ๆ พยายามกดปุ่มรับโทรศัพท์ และเอาโทรศัพท์มาแนบหูเสมือนคุยโทรศัพท์จริง ๆ ซึ่งบางทีด้วยความที่เป็นเด็กเล็ก ๆ ไร้เดียงสา ก็จะคุยโทรศัพท์แบบกลับหัวกลับหางน่าเอ็นดู จนผู้ใหญ่อย่างเราอดมันเขี้ยวไม่ได้เลยล่ะ

6. รีโมทคอนโทรล

 
          รีโมทคอนโทรลก็เหมือนกับโทรศัพท์มือถือ แต่มีความน่าสนใจที่เมื่อเขาเห็นพ่อแม่กดไปที่ปุ่มทีไร ก็จะเห็นภาพบนหน้าจอเปลี่ยนไป พร้อมกับมีแสงสว่างแว๊บ ๆ ตรงหัวรีโมทอีกต่างหาก และความมหัศจรรย์เล็ก ๆ แบบนี้ล่ะค่ะ ที่ดึงดูดความสนใจให้เจ้าหนูของเราเห็นรีโมทเป็นไม่ได้ ต้องพุ่งเข้าใส่แบบทันที

7. สำลี

 
          สำลีมีลักษณะเป็นปุยนุ่มนิ่มสีขาวบริสุทธิ์ ยิ่งถ้าสำลีถูกบรรจุอยู่ในถุงกระดาษซึ่งต้องดึงออกมาก็จะยิ่งกระตุ้นให้เด็ก ๆ อยากจะเข้าไปดึงสำลีออกมาเล่นมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าถามถึงเหตุผลจริง ๆ ที่เจ้าหนูของเราชอบเล่นสำลีก็ไม่มีใครสามารถตอบได้เลยสักคนนะคะ รู้แต่ว่าถ้าเด็ก ๆ เห็นถุงสำลีเมื่อไร ก็จะปรี่เข้าไปเล่นอย่างว่องไว ราวกับเป็นเพื่อนเล่นที่ไม่ได้เจอกันมานานยังไงยังงั้นเลยทีเดียว

          ไม่จำเป็นต้องเป็นของเล่นที่มีราคาค่างวดแพง หรือหรูหราอะไร เด็ก ๆ เขาก็สามารถเล่นกับของใช้ที่อยู่ในบ้านกันได้อย่างสนุกสนาน สมกับความเป็นเด็กที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมายเลยจริง ๆ ว่าแต่ว่า ลูก ๆ ของคุณชอบคว้าอะไรมาเล่นกันบ้างเอ่ย ?

ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

Tuesday, October 1, 2013

เลือกของเล่นให้เหมาะกับลูกสาวหรือลูกชาย



ของเล่นสำหรับเด็กวัยเรียน มีรูปแบบการเล่นที่แตกต่างจากเด็กเล็ก  เด็กวัยนี้นิยมชมชอบของเล่นที่มีรายละเอียด มีความซับซ้อน ท้าทายความสามารถมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งพื้นฐานความสนใจในการเล่นของเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชายก็แตกต่างกัน ดังนั้น ลองมาดูกันว่า ของเล่นลักษณะแบบไหนที่เรียกความสนใจสร้างความสนุกให้กับลูกสาว-ลูกชายวัย นี้ค่ะ

         
 ของเล่นสนุกของลูกชาย

          ตัวต่อ (เลโก้ บล็อกไม้)

         
ของเล่นประเภทนี้ มีโครงสร้างที่ซับซ้อน ฝึกการใช้สมาธิ มือและตาทำงานประสานกัน เป็นของเล่นที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่น ส่งเสริมจินตนาการและพัฒนาความเข้าใจเรื่องพื้นที่ ลำดับ และการทำตามขั้นตอนอย่างเป็นกระบวนการ

          เกม

          ในที่นี้ไม่ใช่เกมในคอมพิวเตอร์หรอกค่ะ แต่เป็นเกมที่เล่นบนโต๊ะแบบง่ายๆ ประเภทเกมเศรษฐี, บิงโก, หมากรุกหรือเกมสแครบเบิล ก็เป็นเกมสนุก เรียนรู้ศัพท์ ช่วยพัฒนาความคิด การเป็นเหตุผล และการวางแผนของเด็กได้เป็นอย่างดี

          อุปกรณ์วิทยาศาสตร์

         
การค้นคว้าทดลองเรื่องสารเคมี การเป็นเหตุเป็นผลด้านวิทยาศาสตร์ ก็เป็นเรื่องสนุก ที่ได้ความรู้ของเด็กๆ ยิ่งลูกสนใจอยากจะค้นคว้า ทดลอง คุณก็ควรเป็นผู้ช่วยหาหนังสือเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ให้ลูกได้ทดลองทำอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเอง

          จักรยาน

         
การขี่จักรยานมีข้อดีมากมาย เพราะช่วยให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่ว พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่เสริมความมั่นใจ และความเป็นตัวของตัวเอง

          หุ่นยนต์ เครื่องเล่นประกอบ

         
ช่วยสร้างจินตนาการ ให้ลูกเรียนรู้เกี่ยวกับเครื่องจักร ยานพาหนะ คุณสามารถสอดแทรกเรื่องราว ให้ลูกเข้าใจเรื่องเครื่องจักร พลังงานแต่ละรูปแบบของยานพาหนะ

          อุปกรณ์เครื่องมือช่าง

         
การให้ลูกเล่นของเล่น (จริง) จะทำให้ลูกเข้าใจวิธีการใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง คุณอาจชวนลูกมาช่วยสร้างบ้านหลังเล็กๆ ให้น้องหมา โดยมีคุณพ่อช่วยอธิบายวิธีการใช้ ขณะที่กำลังสร้าง หรือทำอะไรสักอย่างโดยใช้เครื่องมือช่าง

         
 ของเล่นสนุกของลูกสาว

          งานเย็บ ปัก ถัก ร้อย

          งานประดิดประดอย ร้อยลูกปัดหรืองานเย็บผ้า ที่ต้องอาศัยความตั้งใจและความละเอียดนั้น เป็นการฝึกสมาธิผ่านการเล่นได้ดี

          เล่นกับกระดาษ

          งานศิลปะมีสารพัดรูปแบบ การพับฉีก ปะ ติดกระดาษ ก็เป็นศิลปะอย่างหนึ่งที่ลูกจะได้ใช้จินตนาการ สร้างสรรค์สมองได้เช่นกัน ช่วยส่งเสริมให้เด็กแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดอย่างอิสระ

          เชือกกระโดด

          เป็นของเล่นที่เล่นได้ไม่เบื่อ มีมาแต่รุ่นปู่ย่า ตายายก็ว่าได้ การกระโดดเชือกก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย ฝึกใช้อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานประสานกัน (รู้จังหวะช่วงเวลาในการกระโดด)

          เล่นตุ๊กตา

          ตุ๊กตาเป็นของเล่นที่ลูกใช้เล่นบทบาทสมมติได้ เหมือนกับตอนที่ยังเด็กแต่เรื่องราวเหตุการณ์จะสมจริงมากขึ้น ลูกอาจสนใจตุ๊กตาบางประเภทมากขึ้น เช่น ตุ๊กตาที่ทันสมัย แต่งตัวสวยงาม หรือมีฉากประกอบ สร้างเป็นเรื่องราว รายละเอียดมากขึ้น

          เล่นจิ๊กซอว์

          ภาพตัดต่อหรือจิ๊กชอว์ เป็นของเล่นที่เล่นแบบเงียบๆ ที่สร้างสรรค์ฝึกการใช้สมาธิ ช่วยให้เด็กเข้าใจเรื่องรูปร่างและความสัมพันธ์ของพื้นที่ มีให้เลือกมากมายหลายแบบ หลายขนาดจำนวนชิ้น เล่นกันได้ทั้งครอบครัว

          เล่นขายของ

          การเล่นขายของของเด็กๆ เป็นเรื่องสนุกที่มีมาทุกยุคทุกสมัยค่ะ ข้อดีของการเล่นขายของ คือการฝึกให้เด็กเรียนรู้เรื่องคณิตศาสตร์การคำนวณ ซึ่งบางครั้งแทบจะไม่ต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์ของเล่น เพราะอุปกรณ์ต่างๆ คุณสามารถจัดเตรียม หาจากที่บ้าน ตามธรรมชาติให้ลูกๆ ได้เล่น

          ธรรมชาติของเพศชาย มีความสนใจในเรื่องโครงสร้างด้านตัวเลขและความสามารถเชิงวิทยาศาสตร์ การจำเส้นทางและทิศเชิงสามมิติ ส่วนเด็กผู้หญิง เป็นเพศที่นุ่มนวล อ่อนโยน ของเล่นจึงเกี่ยวข้องอยู่กับกิจกรรมที่ใช้สมาธิ ความละเอียดอ่อนมากกว่า ความสนใจในของเล่นของเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงจึงแตกต่างกัน แต่ท้ายสุดแล้ว ไม่ว่ารูปแบบการเล่นของเล่นจะเป็นอะไร สิ่งสำคัญที่สุดคือ พ่อแม่ควรมีบทบาทส่งเสริมการเล่นของลูก โดยการจัดเวลาในการเล่น เตรียมอุปกรณ์หรือของเล่น และสถานที่เล่นที่เหมาะกับช่วงวัยและความสนใจของลูก

แหล่งที่มา  Mother & Care, http://women.kapook.com/view828.html

Saturday, July 27, 2013

เล่นแล้วดีกับลูกน้อยอย่างไรนะ


เล่นแล้วดีกับลูกน้อยอย่างไรนะ การเล่นเป็นธรรมชาติของเด็กๆ ค่ะ แต่เล่นแล้วยังช่วยพัฒนาการด้านต่างๆ ให้เจ้าตัวเล็กได้อย่าง ดีในหลายๆ ด้าน อย่างนี้... 

1.            ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกาย
ตอนที่เจ้าตัวเล็กของเราวิ่งเล่น ปีนป่านไปทั่ว ทั้งขว้างบอล ปั่นจักรยาน เล่นม้าโยก จะทำให้ร่างกายของเขาแข็งแรง เพราะกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของเขา ไม่ว่าจะเป็น แขน ขา กล้าม เนื้อที่ใช้ในการเคลื่อนไหว การทรงตัว มีการพัฒนาที่สมบูรณ์มากขึ้น ส่วนกล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างกล้ามเนื้อมือ ก็จะพัฒนาได้ดีถ้าให้เจ้าตัวเล็กได้เล่นต่อบล็อก วาดรูป ร้อยลูกปัด ระบายสี ตัดกระดาษบ่อยๆและนอกจากนี้การเล่นยังช่วยทำให้มือและสายตาทำงาน ประสานกันเป็นอย่างดีด้วยค่ะ

2.            ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการของสมองและสติปัญญา
เวลาที่เด็กๆ ได้เล่น จะเป็นเวลาที่การเชื่อมโยงของเซลล์สมองมีมากขึ้นด้วย และเมื่อไหร่ที่เซลล์สมองมีการเชื่อมโยงมากและหนาแน่น สติปัญญาของลูกในด้านต่างๆ ก็จะพัฒนามากขึ้นตามไปด้วยค่ะ ทั้งเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ การสรุปความคิด การแก้ปัญหา รู้จักลองผิดลองถูก อย่าง เวลาเล่นอะไรสักอย่าง แรกๆ เด็กอาจจะไม่รู้ว่าจะเล่นแบบไหนดีนะถึงจะทำให้สนุกขึ้นนะ เด็กๆ ก็อาจจะเริ่มต้นจากการลองหาวิธีเล่นหลายๆ แบบไปก่อน พอเล่นไปเรื่อยๆเขาก็จะรู้เองว่าเล่นแบบไหนดีกว่ากันค่ะ 

การเล่นก็เลยช่วย ให้เด็กรู้จักเรียนรู้ด้วยตัวเองได้เรียนรู้จากการสัมผัสสิ่งที่ตัวเองเล่น เพราะไม่ว่าจะเล่น แบบไหนก็แล้วแต่นะคะเด็กๆ ก็จะได้ใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 เขาก็จะเรียนรู้ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพ การเล่นทำให้เด็กๆได้เรียนรู้เรื่องต่างๆที่อยู่รอบตัวมากมายเลยนะคะ 

อย่างเรื่องสี รูปทรง ตำแหน่ง จำนวน หรือเรื่องราวที่จำเป็นในการใช้ชีวิต หรือเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาต่างๆเวลาที่เขาโตขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วสามารถเรียนรู้ผ่านการเล่น ได้ตั้งแต่เด็กนี่ ล่ะค่ะเพราะการเล่นจะทำให้กระบวนการเรียนรู้ของเด็กซึบซับได้ดีที่สุดเพราะเป็นการ เรียนรู้ที่เกิดจากตัวเอง ทำให้การเรียนรู้นั้นมีประสิทธิภาพค่ะ 
3.            ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านอารมณ์
เวลาที่เด็กเล็กๆ เล่นอะไรสนุกๆ พ่อแม่จะได้ยินเสียงหัวเราะ ได้เห็นรอยยิ้มสดใสของเขา หรือแม้แต่อาการเอาจริงเอาจังเหลือเกินกับการเล่นตรงหน้า ที่ดูแล้วก็น่าเอ็นดูที่สุด ซึ่งนอกจากความสนุกจะทำให้เจ้าตัวเล็กของเรามีความสุขเพลิดเพลินแล้ว ยังช่วยสร้างสมาธิทำให้เขาสนใจเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้อย่างลึกซึ้งด้วยค่ะ 
4.            ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการด้านภาษา
เคยสังเกตไหมคะ เวลาที่เจ้าตัวเล็กเล่นบางอย่าง เขาจะพูดเล่าเรื่องราวต่างๆ ออกมาด้วยค่ะ อย่างเช่น เวลาที่เขาเล่นพ่อแม่ลูกกับตุ๊กตาตัวโปรดของตัวเอง หรือเวลาอยู่กับลูกแล้ว พ่อแม่อย่างเราคุยกับเขาบ่อยๆ การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง หรือเด็กๆ เขาคุยกันเองเวลาเล่น จะช่วยพัฒนาภาษาของลูกได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 
5.            ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการด้านสังคม
การเล่นนอกจากจะสนุกและเพลิดเพลินแล้วนะคะ ยังทำให้เจ้าตัวเล็กรู้จักการเรียนรู้ที่จะเล่นร่วมกับคนอื่นด้วยทำให้เขามีโอกาสฝึกวิธีเข้าสังคมกลุ่มเล็กๆ ไปก่อน พอเข้ากลุ่มเป็นแล้วเนี่ยเขาก็จะได้ฝึกเรียนรู้การอยู่ร่วมกันกับคนอื่นบ้าง เช่น รู้จักแบ่งปัน รู้จักการรอคอย อย่างเวลาที่ยังไม่ถึงทีของเขา เขาก็ยังเล่นไม่ได้ ต้องอดใจรอจนถึงคิวตัวเองก่อน 

หรือการเล่นบางอย่างก็ไม่ใช่ทำตามใจตัวเองอย่างเดียว ทุกอย่างมีกฎ กติกา มีระเบียบที่ต้องทำตาม บางเวลาได้เป็นผู้นำในการเล่น บางเวลาได้เป็นคนตามที่ดี เด็กๆ ก็จะค่อยๆ เรียนรู้กฎระเบียบกติกาของสังคมไปเองด้วยค่ะ
แหล่งที่มา  http://www.enfababy.com

Sunday, July 7, 2013

ชวนลูกวัยคลานเล่น พัฒนาการเรียนรู้


     ลูกในวัยคลาน สามารถจำอะไรได้นานขึ้น ทั้งเรื่องราว ลำดับเหตุการณ์ ขั้นตอนต่างๆ ความจำที่พัฒนาขึ้นประกอบกับการที่ลูกสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้คล่องนี้ ทำให้ลูกได้ฝึกใช้สายตากะระยะทางและทดลองทำซ้ำๆ จนคุณแม่สังเกตได้ว่าลูกสามารถหันไปหยิบของที่อยู่ข้างๆ หรือข้างหลังได้โดยไม่ต้องมอง เพราะจำได้ว่าของเล่นที่เล่นอยู่เมื่อครู่นี้ยังอยู่และอยู่ห่างออกไปแค่ไหน
 
     ความรับรู้เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้ก็เพราะการเล่น การได้เข้าไปเกี่ยวข้อง ไปสัมผัส ทดลองจนกระทั่งรู้ถึงเหตุและผล เช่น เมื่อเขย่าแล้วมีเสียงดัง เอาแท่งไม้เคาะโต๊ะแล้วมีเสียงดังประกอบกับการที่ลูกสามารถเคลื่อนไหวร่างกาย คือ คลานได้ ทำให้ลูกได้ไปเห็น ได้กะระยะทางและทดลอง ลูกก็จะสั่งสมความรับรู้ต่อวัตถุหรือต่อคนขึ้นมา ดังนั้น โอกาสที่ลูกได้ทดลอง ได้ลงมือทำ ได้สัมผัสและรู้เห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว จึงสำคัญยิ่งต่อการเรียนรู้ของเขา อีกทั้งลูกยังสนใจทดลองทำอะไรหลายอย่าง ทั้งยังสนใจการเคลื่อนที่ของวัตถุเป็นอย่างมาก คุณแม่จึงสามารถใช้โอกาสนี้ชวนลูกเล่นกันเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของเขา

     • เล่นเทเข้า-เทออก  



        ลูกชอบยกถ้วยน้ำขึ้นมาเท หรือเทชามข้าวกับน้ำกองที่พื้น พอคุณแม่มาเช็ดมาทำความสะอาด ลูกก็จะจับเทอีก หรือบางทีชอบโยนของลงพื้น พอคุณแม่เก็บให้ ลูกก็จะโยนซ้ำแล้วซ้ำอีก ดูเหมือนแกล้ง แต่ที่จริงนั่นคือการทดลองของลูกต่างหาก ลูกคงต้องการรู้ผลของการโยนและต้องการกะระยะทาง ความสูง-ต่ำคุณแม่อย่าเพิ่งเบื่อแต่ให้เล่นสนุกกับลูกเสียเลย อาจจัดหาชุดของเล่นพลาสติก มาให้ลูกเล่นตักน้ำเทเข้า เทออกก็ได้
 
     • ชวนเรียนรู้เรื่องจำนวนหรือปริมาณ  

 
        จากการที่ลูกชอบใส่ของอย่างหนึ่งเข้าไปในกระป๋องแล้วใส่อีกอันตามเข้าไป คุณแม่สามารถต่อยอดการเรียนรู้ของลูกด้วยการชวนลูกเล่นหยิบและใส่ของใส่ กล่อง พร้อมนับจำนวน 1- 2- 3 ให้ลูกได้รู้จัก
 
     • เล่นกลิ้งลูกบอล  


        หาลูกบอลพลาสติกขนาดย่อมมาเล่นกับลูกผลักให้มันกลิ้งไปกลิ้งมา กลิ้งไปทิศทางต่างๆ บ้าง กลิ้งไปหาลูกบ้าง หรือกลิ้งไปชนตุ๊กตาตัวโปรดให้ล้มบ้าง ลูกจะเพลินและเล่นอยู่ได้นานทีเดียว เป็นการฝึกสายตาจากการมองตามลูกบอล และฝึกการกะระยะทางของสิ่งที่เคลื่อนไหว
 
         เพราะการเล่นก่อให้เกิดการเรียนรู้ อย่าลืมเล่นกับลูกบ่อยๆ นะคะ

แหล่งที่มา  http://www.enfababy.com